เปิดภาพ ทรู ดิจิทัล พาร์ค…Global Destination ของคนดิจิทัลแห่งแรกในไทย ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมเปิดให้สัมผัส Digital Lifestyle ปลายปีนี้!

กรุงเทพฯ 25 กรกฎาคม 2561 – หลายๆ คนในแวดวงดิจิทัล คงได้ยินชื่อและรู้จักกับ “ทรู ดิจิทัล พาร์ค” กันมาแล้ว หลังจากกลุ่มทรูประกาศสร้างโปรเจ็คท์ยักษ์นี้อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และขณะนี้ได้มีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก ทั้งทางด้านพันธมิตรชั้นนำระดับโลกรวมถึงหน่วยงานต่างๆ ที่เตรียมตั้งสำนักงาน และเปิดพื้นที่สร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัลภายในโครงการ อย่าง Google ก็เตรียมสร้าง Academy Bangkok – A Google Space ที่นี่ด้วย รวมถึงการก่อสร้างได้เริ่มนับถอยหลังเตรียมเปิดให้สัมผัสประสบการณ์ชีวิตดิจิทัลสุดล้ำปลายปีนี้ ซึ่งภายในโครงการนี้จะมีไฮไลท์อะไรบ้างนั้น “ทรู ดิจิทัล พาร์ค” จะพาไปชมภาพโซนต่างๆ ที่ตอบโจทย์ทั้งการทำงานและการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลได้อย่างลงตัวภายใต้แนวคิด Digital Lifestyle-Connecting Possibilities

.

.

ด้วยไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของคนในยุคดิจิทัล ที่ต้องการพื้นที่สำหรับใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ และตอบสนองดิจิทัลไลฟ์สไตล์ได้อย่างเต็มรูปแบบทั้งการทำงานและพักผ่อน นายฐนสรณ์ ใจดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทรู ดิจิทัล พาร์ค กล่าวว่า “ทรู ดิจิทัล พาร์ค ตั้งอยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวกบนถนนสุขุมวิท101 ติดสถานีรถไฟฟ้าปุณณวิถี ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกของคนดิจิทัล โดดเด่นด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ เทคโนโลยี คน และพื้นที่ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างระบบนิเวศครบวงจรเพื่อสตาร์ทอัพ ผลักดันให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยภารกิจหลักที่ท้าทายคือ การเชื่อมต่อระหว่างระบบนิเวศและพื้นที่ เพื่อให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคนดิจิทัลซึ่งปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จกว่า 80% ยืนยันความพร้อมเปิดให้บริการในเดือนพฤศจิกายนนี้อย่างแน่นอน”

.

.

ทรู ดิจิทัล พาร์ค มุ่งสร้างระบบนิเวศครบวงจรและคอมมูนิตี้ ซึ่งจะต้องประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก พร้อมเติมเต็มดิจิทัลไลฟ์สไตล์ให้ใช้ชีวิตแบบสมาร์ทได้อย่างเต็มรูปแบบ ได้แก่ อย่างแรก เทคโนโลยี ภายในโครงการได้ออกแบบและติดตั้งระบบสื่อสารโทรคมนาคมล้ำสมัยด้วยอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่ดีที่สุดในประเทศ สามารถเชื่อมต่อได้จากทุกพื้นที่ในโครงการ มี Smart IoT Solutions สามารถดูและสั่งงานได้ผ่านมือถือ รองรับการทำงานและไลฟ์สไตล์แบบ Mobility อย่างแท้จริง อาทิ Smart Parking สามารถดูชั้นที่ว่าง และจำนวนได้จากแอปพลิเคชัน, Smart Lighting สามารถตรวจสอบการใช้พลังงานได้ และ Smart Meeting Room สามารถดูตารางการใช้งานและจองห้องประชุมได้ นอกจากนี้ ยังมีการใช้หุ่นยนต์มาช่วยอำนวยความสะดวกภายในโครงการ เช่น บริการส่งของภายในโครงการ

.

ส่วนที่ 2 ได้แก่ คน ทรู ดิจิทัล พาร์ค เติมเต็มดิจิทัลไลฟ์สไตล์ในทุกมิติของทุกรูปแบบการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเหล่าสตาร์ทอัพ องค์กรธุรกิจ นักลงทุน กลุ่มการศึกษา ศูนย์บ่มเพาะสตาร์ทอัพต่างๆ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ กลุ่มคนเหล่านี้จะสามารถเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน มีพื้นที่ส่วนกลางสำหรับแลกเปลี่ยนความคิดแบบอิสระ สนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัล การมาที่ทรู ดิจิทัล พาร์ค จะได้พบกับสิ่งใหม่ๆ และสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนได้แบบไม่สิ้นสุด

ลำดับสุดท้าย พื้นที่ ทรู ดิจิทัล พาร์ค เข้าใจธรรมชาติและความต้องการของสตาร์ทอัพว่า ความร่วมมือ หรือ Collaboration เป็นเรื่องที่สำคัญ จึงได้ออกแบบพื้นที่เปิดโล่งและเชื่อมต่อถึงกันแบบอิสระให้สามารถพบปะ แลกเปลี่ยนไอเดียกันได้ มีพื้นที่ส่วนกลางให้ใช้งานร่วมกันในทุกโซน ทุกชั้น เช่น ห้องประชุม ห้องพักผ่อน พื้นที่จัดงานอีเว้นท์ หรือเวิร์คช็อปต่างๆ เป็นต้น

นอกจากนี้ “ทรู ดิจิทัล พาร์ค” ยังเพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับทั้งการทำงานและการใช้ชีวิตได้ทุกแบบในยุคดิจิทัลได้อย่างลงตัว ซึ่งพื้นที่ต่างๆ ในทรู ดิจิทัล พาร์ค ประกอบด้วย

Campus Lobby ตั้งอยู่บนชั้น 6 มีเคาน์เตอร์กลางที่เป็น hospitality community zone ให้บริการข้อมูลและความช่วยเหลือต่างๆ มองไปจะเห็นบันไดวนเชื่อมต่อไปยังชั้น 5 และ ชั้น 7

Collaboration Area เป็นพื้นที่ส่วนกลางให้ใช้งานได้ก่อนที่จะเข้าไปในออฟฟิศส่วนตัว ออกแบบเปิดโล่ง และมีบรรยากาศที่สบาย สามารถนำโน้ตบุ๊กมานั่งทำงานหรือประชุมกันได้ สามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi ได้ทุกที่ มีพื้นที่ตรงบันไดที่สามารถดัดแปลงทำเป็น town hall จุคนได้ราว 70 – 80 คน

Pantry Area อีกหนึ่งพื้นที่กลางสำหรับใช้พักผ่อน หรือทำกิจกรรมสันทนาการต่างๆ มีเครื่องทำกาแฟ และในบางชั้นจะมีบาริสต้าคอยให้บริการด้วย

Private Meeting room ห้องประชุมส่วนตัวสำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวหรือการประชุมที่เป็นทางการ จัดให้เป็นห้องประชุมส่วนกลางที่สามารถจองได้ผ่านแอปพลิเคชัน

Campus Space เป็นพื้นที่ที่เตรียมไว้เพื่อรองรับการขยายตัวของสตาร์ทอัพ เมื่อธุรกิจมีขนาดโตขึ้น ต้องการพื้นที่ออฟฟิศของตัวเอง ไม่ได้อยู่ใน co-working space แล้ว ซึ่งสตาร์ทอัพยังคงสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ส่วนกลางต่างๆ ได้อย่างเต็มที่

Auditorium มี 2 ชั้น สามารถจัดงานอีเว้นท์ขนาดใหญ่รองรับได้กว่า 500 ที่นั่ง มีความพร้อมในการจัดงานด้วยระบบแสง สี เสียงคุณภาพระดับโลก

Hillside Town / 24-Hour Street พื้นที่ร้านค้า ร้านอาหารชื่อดัง และบริการต่างๆ ครบครัน รองรับทุกไลฟ์สไตล์ และยังมีร้านที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ให้ลูกค้าสามารถใช้ชีวิตได้เต็มรูปแบบ ตลอดเวลา

ทรู ดิจิทัล พาร์ค จะมาเติมเต็มดิจิทัลไลฟ์สไตล์ชีวิตในทุกๆ วันได้อย่างสมบูรณ์แบบ  พร้อมเปิดโครงการให้สัมผัสประสบการณ์ชีวิตดิจิทัลสุดล้ำในปลายปีนี้อย่างแน่นอน สามารถติดตามกิจกรรม และงานเสวนาพัฒนาเครือข่ายในแวดวงสตาร์ทอัพและองค์กรธุรกิจดิจิทัลได้ที่ www.facebook.com/TrueDigitalPark/

 

 

 

 

 

Comments

comments