ไทยเบฟ ตอกย้ำความสำเร็จการจัดงาน “Water Festival 2018 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย”

 ครั้งที่ 4 พร้อมชูแนวคิด “รื่นเริง เถลิงศก” รับวันดีปีใหม่ไทย เตรียมจัดใหญ่อลังการ 4 ภาค

กรุงเทพฯ-เชียงใหม่-อุดรธานี-ภูเก็ต ขานรับนโยบายรัฐ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแบบวิถีไทย อย่างยั่งยืน

.

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผสานความร่วมมือ กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา กระทรวงมหาดไทย กระทรวงวัฒนธรรม กองทัพเรือ กรุงเทพมหานคร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และพันธมิตรทุกภาคส่วนร่วมจัดงานแถลงข่าว “Water Festival 2018 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” ครั้งที่ 4 มหกรรมความสนุกอย่างดีงามก้าวข้ามปีใหม่ไทย กับวิถีความเป็นไทยที่งดงาม ภายใต้แนวคิด “รื่นเริง เถลิงศก” เนื่องในวันดีปีใหม่ไทย และ การเริ่มต้นทศวรรษใหม่อย่างงดงาม ไปพร้อมกับการสืบสานประเพณี และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของความเป็นไทยให้สืบต่อไป โดยมี นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และประธานการจัดงาน “Water Festival 2018 เทศกาล วิถีน้ำ…วิถีไทย” ร่วมด้วยพันธมิตรทุกภาคส่วน ร่วมจัดงานแถลงข่าวดังกล่าว ณ ลานด้านหน้าพระบรมธาตุมหาเจดีย์ วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร

.
เกี่ยวกับรายละเอียดการจัดงานครั้งนี้ นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และประธานการจัดงาน “Water Festival 2018 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” กล่าวว่า “ปีนี้ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ยังคงสานต่อความสำเร็จของการจัดงาน “Water Festival 2018 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 โดยจะมีการจัดงานขึ้นพร้อมกันทั้ง 4 ภาค ของประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “รื่นเริง เถลิงศก” เนื่องในวันดีปีใหม่ไทย และการเริ่มต้นทศวรรษใหม่อย่างงดงาม ด้วยปณิธานอันแน่วแน่ของไทยเบฟ ที่ต้องการ “บอกเล่าความเป็นไทยไปทั่วโลก” พร้อมตอกย้ำแนวคิดเรื่องการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแบบวิถีไทย ให้มีความยั่งยืน สอดรับกับนโยบายภาครัฐในการส่งเสริมอุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย ด้วยการเชิญชวนให้ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ให้ตระหนักถึงความสำคัญ และเข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริม สืบสานประเพณีและวัฒนธรรมอันเป็นมรดกของไทย สู่คนไทย และสากล

.
โดยการจัดงาน“Water Festival เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” ทั้ง 4 ครั้งที่ผ่านมานับตั้งแต่ปี พ.ศ 2558 ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติที่มาเที่ยวชมงานเป็นอย่างมาก และยังได้รับการตอบรับที่ดีจากพันธมิตรทั้งภาครัฐ และเอกชน ที่ได้ร่วมให้การสนับสนุนการจัดงานทุกรูปแบบ โดยการจัดงานปีนี้ ยังคงจัดเต็มประเพณีอันดีงามที่เรียกได้ว่าเป็นเทศกาลวัฒนธรรมร่วมสมัยที่สะท้อนเรื่องราวของศิลปะ วัฒนธรรม และวิถีความเป็นไทยไว้ได้อย่างครบถ้วน ซึ่งจะมีการจัดขึ้นพร้อมกันทั้ง 4 ภาค ของประเทศไทย

.
• ภาคกลาง จัดที่กรุงเทพมหานคร ของ 8 ท่าน้ำวิถีไทย ริมโค้งน้ำที่ยาวที่สุดของแม่น้ำเจ้าพระยา คือ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ท่ามหาราช ยอดพิมาน ริเวอร์วอล์ค เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ และยังขยายพื้นที่การจัดงานไปยัง ‘ล้ง 1919’ (Lhong1919) เป็นครั้งแรก

• ภาคเหนือ จัดที่ พิพิธภัณฑ์เรือนโบราณล้านนา จังหวัดเชียงใหม่

.

.
• ภาคใต้ จัดที่ ถนนดีบุก จังหวัดภูเก็ต

.

.
• ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดที่ ลานวัฒนธรรมมรดกโลกบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี

.

นอกจากนี้ ยังคงสานต่อความสำเร็จของอีกสองโครงการใหญ่ ภายใต้การจัดงาน “Water Festival เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” คือ โครงการ “ทำความสะอาดพระอารามและชุมชน” เพื่อร่วมกันฟื้นฟูทัศนียภาพวัด และชุมชนใกล้เคียงให้สะอาด และมีความน่าอยู่อย่างยั่งยืน และอีกหนึ่งโครงการคือ “เยาวชนเจ้าบ้าน สืบสานวัฒนธรรม” ที่เปิดโอกาสให้น้อง ๆ เยาวชนร่วมบอกเล่าเรื่องราวของชุมชน ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจในการเป็นส่วนหนึ่งที่ได้เผยแพร่เรื่องราวดีๆ ของชุมชนตนเอง รวมทั้งยังคงมีการจัดงาน “ตลาดนัดประชารัฐและร้านค้าชุมชน” ด้วยการนำของดีแต่ละชุมชนเกือบทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย มาออกร้านในบริเวณสถานที่จัดงาน เพื่อให้คนในชุมชนได้มีส่วนร่วม และมีรายได้ อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนให้เกิดการท่องเที่ยวชุมชนต่อไปในอนาคต ได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการ “ผ้าขาวม้าท้องถิ่นหัตถศิลป์ไทย” ที่ได้มีการจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยจะนำมาจัดแสดงไว้ที่เอเชียทีคอีกด้วย ซึ่งความสำเร็จทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นจากความร่วมมือ ร่วมใจ ของพันธมิตรทุกภาคส่วน ผลักดันให้งาน “Water Festival 2018 เทศกาล วิถีน้ำ…วิถีไทย” ประสบความสำเร็จ และยังเป็นการช่วยสืบสานประเพณีอันดีงาม ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และทั่วโลก ได้มาสัมผัสกับมนต์เสน่ห์แห่งการท่องเที่ยวแบบวิถีไทย และมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของประเทศไทยให้ยั่งยืนต่อไป”

.

ซึ่งในแต่ละพื้นที่จัดเต็มไปด้วยกิจกรรมมากมาย เริ่มต้นที่ ภาคกลาง (กรุงเทพมหานคร) กับ 8 ท่าน้ำวิถีไทย ริมโค้งน้ำที่ยาวที่สุดของแม่น้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วย วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร วัดอรุณ ราชวรารามราชวรมหาวิหาร วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ท่ามหาราช ยอดพิมาน ริเวอร์วอล์ค เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ และยังขยายพื้นที่การจัดงานไปยัง ‘ล้ง 1919’ (Lhong1919) ท่าประวัติศาสตร์ศิลป์ ไทย-จีน อดีตท่าเรือกลไฟริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ใหญ่ที่สุดในอดีตที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาล ที่ 4 จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์การค้าของไทย-จีน ที่มีมายาวนาน โดยทุกสถานที่ยังคงจัดเต็มประเพณีสงกรานต์อันดีงาม และเพลิดเพลินกับ การช้อป ชม ชิม แชร์ โชค แบบจุใจ กับเสน่ห์แบบไทยรวมทั้งชมคอนเสิร์ตในบรรยากาศสุดชิลจากศิลปินชื่อดังทุกค่ำคืน นอกจากนี้ยังมีบริการล่องเรือด่วนเจ้าพระยา ตั้งแต่เวลา 9.00-22.00 น. ที่ให้บริการฟรีแก่นักเที่ยวที่มาเที่ยวชมงานที่จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 13-15 เมษายน 2561

.

ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ จัดที่ พิพิธภัณฑ์เรือนโบราณล้านนา ภายใต้คอนเซ็ปต์ “รื่นเริง เถลิงศก… ย้อนยุคสู่วัฒนธรรมโบราณล้านนา สืบสานประเพณีปี๋ใหม่เมือง” ม่วนขนาดสงกรานต์ล้านนา ไปแอ่วกาดวิถีโบราณดีงาม นุ่งเมืองผ่อศิลป์ กินข้าว ร่วมกับมูลนิธิสืบสานล้านนาและโฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา โดยภายในงานแบ่งเป็น 4 โซน โซนลานทรายข่วงหลวง (ตานตุงประจำราศีเกิด ตัดตุงไส้หมู ปักตุงที่เจดีย์ทราย สรงน้ำพระประจำวันเกิด) โซนกาดหมั้วครัวฮอม (อาหารพื้นเมืองหลากเมนู และอาหารมงคลเถลิงศก การแสดงดนตรีพื้นเมืองล้านนา) โซนมงคลรับทศวรรษใหม่ (ซุ้มสระเกล้าดำหัวผู้เฒ่าผู้แก่ เครื่องสักการะล้านนา น้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์จาก 9 วัด) โซนกาดโบราณและสล่าเมือง (แสดงหัตถกรรมพื้นบ้านล้านนาจากปราชญ์ชาวบ้าน พ่อครู แม่ครู สล่าเมือง) นอกจากนี้ยังเพลิดเพลินไปกับ สตูดิโอถ่ายภาพโบราณ ชุดเจ้านายทางเหนือ เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้เก็บภาพความทรงจำเป็นที่ระลึก ที่จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 13-15 เมษายน 2561

.

ภาคใต้ จังหวัดภูเก็ต จัดที่ ถนนดีบุก ภายใต้ คอนเซ็ปต์ “รื่นเริง เถลิงศก… ดีบุกชื่นฉ่ำใจ เดินหลาด กินดืย แลอาร์ต เก๋ไก๋สไตล์บาบ๋า” ฉลองทศวรรษใหม่แบบเก๋ไก๋ ที่เนรมิตถนนดีบุกยามเย็น ให้เป็นถนนย้อนยุค จากสี่แยกลกเทียน ถึงอังมอหลาวหลวงอำนาจ โดยภายในงานแบ่งเป็น 4 โซนกินดืย (กินดี) กับเมนูเด็ด ร้านดัง Workshop ขนมภูเก็ต และ เชฟรุ่นจิ๋ว ประชันรุ่นใหญ่ โซนทำมืย (ทำมือ) กับกิจกรรม DIY ผ้าขาวม้า/บาติก โซนอ้อร้อ เพลิดเพลินไปกับดนตรีสดสุดชิลล์ เคล้าแสงไฟ พร้อมอาหารเครื่องดื่ม สุดรื่นรมย์ โซนบายใจได้แรงอก ร่วมสืบสานประเพณีร่วมรดน้ำขอพรผู้ใหญ่แสดงความเคารพและขอพรให้ชีวิตดีงามตลอดปี และเพลิดเพลินไปกับ แกลอรี่ภาพเก่า 5 ทศวรรษ และ Phuket Sketcher ร่วมกันแสดงบันทึกประสบการณ์ เที่ยวสนุก ถนนดีบุก เมืองเก่ากันอย่างจุใจ ได้ตั้งแต่เวลาห้าโมงเย็นถึงสี่ทุ่ม ที่จะจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 14-15 เมษายน 2561

.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุดรธานี จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยปีนี้ จัดที่ลานวัฒนธรรมมรดกโลกบ้านเชียง ภายใต้คอนเซ็ปต์ “รื่นเริง เถลิงศก…ม่วนหลาย สงกรานต์ไทพวนบ้านเชียง” ภายในงานมีกิจกรรม รดน้ำขอพร พ่อใหญ่ แม่ใหญ่ ไทพวนบ้านเชียง พร้อมกับเสริมสิริมงคล สรงน้ำพระ ทำบุญ ที่จัดมณฑปประดิษฐานพระพุทธรูป พร้อมขบวนแห่วัฒนธรรมประดิษฐาน และพระจากวัดต่างๆ ในตำบลบ้านเชียง ให้ประชาชนได้ร่วมสรงน้ำ ตลอดระยะเวลาการจัดงาน และร่วมพิธีตักบาตรในรูปแบบวิถีไทพวน ที่เป็นเสน่ห์ในวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นให้ผู้มาเยือนได้สัมผัส อีกทั้งยังมีกิจกรรมมากมาย อาทิ กิจกรรม ก่อเจดีย์ทราย กิจกรรมการประกวดหนูน้อยเจดีย์ทราย กิจกรรมการประกวดหมอลำกลอนย้อนยุค กิจกรรมรำวงย้อนยุค ไทพวนบ้านเชียง และการประชันทำอาหาร เมนูคู่เมือง อีกทั้งช้อป ชม ชิล ตลาดนัดชุมชนของดีบ้านเชียง ที่จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 13 เมษายน 2561

มาร่วม “รื่นเริง เถลิงศก” รับวันดีปีใหม่ไทย ก้าวสู่ทศวรรษใหม่อย่างงดงาม พร้อมเปิดขุมทรัพย์มรดก ทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า ให้ทุกคนได้สัมผัสกับมนต์เสน่ห์แห่งการท่องเที่ยวแบบวิถีไทย อย่างยั่งยืน แบบนี้ได้ในงาน “Water Festival 2018 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ www.waterfestivalthailand.com และ Facebook: Water Festival Thailand

Comments

comments