5 small villages in Thailand for slow-lifestyle

5 หมู่บ้านเล็กๆ ดีต่อใจ หนีความวุ่นวาย ไปสโลว์ไลฟ์ให้ฟิน

วันหยุดยาวทั้งที ทำงานมาทั้งปี ได้โอกาสดีๆ หนีความวุ่นวายในเมืองไปสโลว์ไลฟ์กันดีกว่ามั้ย? ซึ่งถ้าใครยังไม่รู้จะไปไหนถึงจะชิล ดีต่อใจ ครั้งนี้เราได้ Traveloka ผู้ให้บริการจองตั๋วเครื่องบินและที่พักออนไลน์ชั้นนำ มาแนะนำที่เที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศจากการเที่ยวทะเลและภูเขาแบบเดิมๆ มาสัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์ พักผ่อนในที่ๆ เงียบสงบ ใกล้ชิดธรรมชาติกัน 5 หมู่บ้านที่ดีต่อใจ จะมีที่ไหนบ้างต้องไปดู

 

1.     หมู่บ้านแม่กำปอง เชียงใหม่

mae-kampong-01

mae-kampong-02

สำหรับหน้าหนาว ใครที่ชอบสัมผัสอากาศเย็นและนึกถึงเชียงใหม่เป็นที่แรกๆ นอกจากการแวะเที่ยวในเมืองแล้ว ก็อย่าลืมแวะเวียนไปเที่ยวหมู่บ้านเล็กๆ ท่ามกลางหุบเขา บรรยากาศเงียบสงบอย่าง “หมู่บ้านแม่กำปอง” โดยสามารถนั่งรถตู้จากขนส่งช้างเผือกมุ่งไปได้เลย ซึ่งมีค่าบริการเพียงคนละ 100 บาทเท่านั้น แล้วคุณจะพบวิถีสโลว์ไลฟ์สุดๆ ที่นี่ หมู่บ้านกำปองเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ก่อตั้งมา 100 กว่าปีแล้ว แถมยังมีอากาศเย็นสดชื่นตลอดปี เพราะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติแบบสุดๆ เอาเป็นว่าแค่มานั่งชิลตามร้านกาแฟในหมู่บ้าน เดินเล่นถ่ายรูปชิลๆ แบบไปเช้าเย็นกลับก็ชิลแล้ว หรือจะเลือกพักผ่อนในที่พักแบบโฮมสเตย์ก็ฟินไปอีกอย่างแน่นอน

 

2.    หมู่บ้านคีรีวง นครศรีธรรมราช

 

kiriwong-nakornsithammarat

 

ลงมาที่ภาคใต้กันบ้าง ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชกับหมู่บ้านที่ขึ้นชื่อว่ามีอากาศดีที่สุดในประเทศไทยกับ “หมู่บ้านคีรีวง” ในอำเภอลานสกา รับรองว่ามาที่นี่ไม่มีผิดหวัง เพราะคุณจะได้สัมผัสกับทิวทัศน์ที่สวยงาม น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา และอากาศเย็นสบายไม่แพ้ทางตอนเหนือ สโลว์ไลฟ์แค่ไหนก็แค่จองที่พักไว้นอนชิลๆ กินอาหารอร่อยๆ ว่างๆ ก็ทำกิจกรรมเล่นลำธารใสๆ หรือจะไปปั่นจักรยานรอบๆ บริเวณสูดโอโซนให้เต็มปอด แค่นี้ก็ดีต่อใจแล้ว

 

rakthai-village-maehongson-01

rakthai-village-maehongson-02

 

3.     หมู่บ้านรักไทย แม่ฮ่องสอน

สำหรับใครที่คิดว่าปลายปี ยังไงๆ ก็ต้องเที่ยวภาคเหนือ ก็อาจลองเปลี่ยนจุดหมายปลายทางไปที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนกันบ้าง ยังอำเภอเมือง เพื่อพบกับหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีวิวหลักล้านอย่าง “หมู่บ้านรักไทย” ซึ่งนับว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในตอนนี้ ด้วยที่นี่มีกลิ่นอายเล็กๆ ของวัฒนธรรมของชาวจีนยูนนานผสมผสานอยู่ ทำให้รู้สึกเหมือนได้มาเที่ยวเมืองนอกอย่างไรอย่างนั้น ไม่ว่าจะผ่านสิ่งปลูกสร้าง เครื่องแต่งกาย หรืออาหารการกินก็ดี แถมยังอากาศเย็นสบาย ได้หมดสดชื่นแน่ๆ เพราะที่ตั้งที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,800 เมตร แถมยังมีไร่ชาขั้นบันไดและทะเลสาบให้พักกายผ่อนใจ สโลว์ไลฟ์ฟินๆ Traveloka ขอยกให้หมู่บ้านรักไทยอีกที่เลย

 

4.        หมู่บ้านเกาะปันหยี พังงา

 

phanyee-village-phangnga

 

เปลี่ยนบรรยากาศจากหุบเขา ธรรมชาติสีเขียวมายังหมู่บ้านเล็กๆ ที่รายล้อมไปด้วยท้องทะเลสีครามในจังหวัดพังงายังอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงากับ “หมู่บ้านเกาะปันหยี” ซึ่งที่นี่เป็นหมู่บ้านชาวประมงแบบดั้งเดิม โดยตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งตะวันตก มีพื้นที่ราบประมาณ 1 ไร่ ประกอบไปด้วยบ้านเรือนประมาณ 300 กว่าหลังคาเรือน ตั้งอยู่ท่ามกลางน้ำทะเล วิธีการมาเที่ยวที่นี่ก็ไม่ยาก เพียงเช่าเรือเที่ยวอ่าวพังงา เป็นแพ็กเกจทัวร์ ก็สามารถมาเที่ยวที่นี่ รวมไปถึงทัศนียภาพอื่นๆ บริเวณอ่าวพังงาได้เช่นกัน อาทิ เขาหมาจู เกาะห้อง ถ้ำลอด และเขาตะปู เป็นต้น โดยราคาขึ้นอยู่กับจำนวนคน หรือเริ่มต้นคนละ 1,000 บาท

 

5.        หมู่บ้านมอญ กาญจนบุรี

 

mon-village-kanchanaburi-01

mon-village-kanchanaburi-02

ปิดท้ายเรามายังฝั่งตะวันตกของประเทศไทย ยังจังหวัดกาญจนบุรี ที่ๆ สามารถมาเที่ยวได้ง่ายๆ เพียงขับรถไม่กี่ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ ซึ่งหากคุณกำลังมองหาหมู่บ้านอันเงียบสงบอยู่ก็ตรงมาเลยที่อำเภอสังขละบุรีกับ “หมู่บ้านมอญ” ที่นอกจากจะมีไฮไลท์อยู่ที่สะพานมอญหรือสะพานอุตตมานุสรณ์ สะพานไม้ยาวที่สุดในประเทศไทย ใช้ข้ามแม่น้ำซองกาเลียไปยังหมู่บ้านมอญแล้ว ที่นี่ยังพร้อมต้อนรับคุณให้เข้ามาสัมผัสธรรมชาติ ชมวิถีชีวิตชุมชนชาวมอญอีกด้วย ซึ่งก็ควรมาเที่ยวกันตั้งแต่เช้าตรู่ เพราะคุณจะได้เห็นการตักบาตร การค้าขายของชาวมอญ และหมอกจางๆ ที่ลอยเหนือผิวน้ำ เป็นทิวทัศน์สวยๆ เป็นของแถมอีกด้วย

 

ช่วงเวลาอากาศดีๆ แบบนี้ ใครเลือกได้แล้วว่าจะไปฟินกับหมู่บ้านเล็กๆ สโลว์ไลฟ์กันที่ไหน อย่าลืมเลือกจองตั๋วเครื่องบินหรือที่พักได้ที่ Traveloka เพราะว่าจองง่าย จ่ายสะดวกสุดๆ แม้ไม่มีบัตรเครดิตก็ตาม ซึ่งสามารถกดเข้าไปจองได้เลยที่ลิงค์นี้ https://www.traveloka.com/th-th

Comments

comments