กลุ่มเซ็นทรัล ทุ่มงบรวมกว่า 1,500 ล้านบาท เปิด “ปอร์โต เดอ ภูเก็ต”

ไลฟ์สไตล์ ช้อปปิ้ง มอลล์ โมเดลใหม่ ผสมผสานไลฟ์สไตล์และพื้นที่สีเขียวอย่างลงตัว  คาดยอดผู้ใช้บริการศูนย์ฯ เกือบหมื่นคนต่อวันในช่วงไฮซีซั่นนี้

.

12 ธันวาคม 2562 ภูเก็ต – พร้อมเปิดให้บริการฉลองรับกับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่พอดี สำหรับ  “ปอร์โต เดอ ภูเก็ต” ศูนย์การค้ารูปแบบไลฟ์สไตล์ ช้อปปิ้ง มอลล์ (Lifestyle Shopping Mall) แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของภาคใต้ เพียง 30 นาทีจากสนามบินภูเก็ต ภายใต้การบริหารงานโดย กลุ่มเซ็นทรัล รวบรวมร้านค้าชื่อดังฟอร์แมทใหม่ และร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ ชู 7 โซนไฮไลต์ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ กิน ดื่ม ช้อป และรีแลกซ์ด้วยการบริการสุดพิเศษ ตามคอนเซ็ปต์ “ที่สุดแห่งประสบการณ์การใช้ชีวิต” (The Finest Living Experience) เตรียมอัดโปรโมชั่นจัดเต็มสำหรับลูกค้า 100 ท่านแรกที่ซื้อสินค้าครบ 1,000 บาท รับ Gift Voucher มูลค่า 300 บาท พร้อมผลักดันส่งเสริมการท่องเที่ยวภูเก็ตในช่วงไฮซีซันนี้ คาดการณ์ยอดผู้ใช้บริการศูนย์นี้ 10,000-13,000 คนต่อวัน แบ่งเป็นกลุ่มลูกค้าคนในพื้นที่ที่มีกำลังซื้อสูง (Local) และชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตทำงานในภูเก็ตที่พักอาศัยบริเวณนี้ (Expat) รวม 65 % และกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ 35%

.

.

พงศ์ ศกุนตนาค กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายพัฒนาธุรกิจ กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตถือเป็นสุดยอดจุดหมายปลายทางของโลก โดยติดอันดับที่ 14 (จาก 200 เมืองยอดนิยมทั่วโลก อ้างอิงจากผลสำรวจ Mastercard Global Destination Cities Index 2019) และมีรายได้จากการท่องเที่ยวรายจังหวัดตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคม ประจำปี 2562 มากที่สุดเป็นอันดับ 1 จำนวน 3.7 แสนล้านบาท  (อ้างข้อมูลจากกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา ไม่รวมกรุงเทพฯ) โดยนักท่องเที่ยวที่มาค้างแรมภูเก็ต 3 อันดับแรก ได้แก่ จีน รัสเซีย และเยอรมันตามลำดับ

.ในภาพอาจจะมี บ้าน, ท้องฟ้า, ต้นไม้, ต้นพืช และ สถานที่กลางแจ้ง .    

ด้วยเหตุนี้ กลุ่มเซ็นทรัล จึงมองเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจมากยิ่งขึ้น พร้อมเป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์การเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติมากขึ้น โดยทุ่มงบกว่า 1,500 ล้านบาท เพื่อสร้าง ปอร์โต เดอ ภูเก็ต ให้เป็นศูนย์การค้าโมเดลใหม่แบบไลฟ์สไตล์ ช้อปปิ้ง มอลล์ (Lifestyle Shopping Mall) ที่ผสมผสานดีไซน์ ไลฟ์สไตล์และพื้นที่ธรรมชาติอย่างลงตัว บนพื้นที่โครงการกว่า 40,000 ตร.ม ด้วยพื้นที่สีเขียวคิดเป็น 2 ใน 3 ส่วนของโครงการ ตกแต่งด้วยสไตล์ “คอนเทมโพรารี่ แวร์เฮ้าส์” (Contemporary Warehouse) โดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ผู้ใช้บริการได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากที่สุด ด้วยการรักษาต้นไม้ในพื้นที่เดิมให้มากที่สุด ตอบสนองทุกรูปแบบการใช้ชีวิตของคนทุกเพศ    ทุกวัย ภายใต้คอนเซปต์ “ที่สุดแห่งประสบการณ์การใช้ชีวิต” (The Finest Living Experience) โดยตั้งเป้าลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มลูกค้าคนในพื้นที่ที่มีกำลังซื้อสูง (Local) และชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตทำงานในภูเก็ตที่พักอาศัยบริเวณนี้ (Expat) รวม 65 % และกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ 35% แบ่งเป็น 2 เซกเมนต์ ได้แก่

1.) นักท่องเที่ยวสไตล์ FIT (Free and Independent Traveler) เช่น จีน, เกาหลี, ญี่ปุ่น, และสิงค์โปร์ 

2.) นักท่องเที่ยวตะวันตกที่มีกำลังซื้อสูง (Western High Spenders) เช่น ชาวรัสเซีย เยอรมัน อังกฤษ และอเมริกา ซึ่งเน้นการพักผ่อนในระยะยาว โดยคาดว่าจะมีผู้ใช้บริการศูนย์ 10,000-13,000 คนต่อวัน ในช่วงไฮซีซั่นนี้ และอย่างน้อย 3 ล้านคนต่อปี”  

.

สำหรับ ปอร์โต เดอ ภูเก็ต แบ่งพื้นที่เป็น  7 โซนไฮไลต์ ได้แก่

  1. เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ (Central Food Hall)

    สุดยอดฟู้ดสโตร์ที่ดีที่สุดในเอเชีย กับหลากหลายโซนที่พร้อมให้บริการ ในรูปแบบ Stand Alone ด้านนอกศูนย์การค้าแห่งแรกของเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ พบกับสินค้าหลากหลาย 8 ประเภท เนื้อสัตว์และซีฟู้ดที่สดสะอาดได้มาตรฐาน, เบเกอรี่หอมที่อบใหม่ในทุกวันจากสูตรเฉพาะ, ไวน์คุณภาพเยี่ยมที่ผ่านการบ่มจนได้รสชาติที่ถูกใจ , Cheese Room ที่แรกในจังหวัดภูเก็ต
    .
  2. เดอะ เฟม (The Fame – Restaurant and Café Zone)

รวบรวมร้านอาหารและคาเฟ่ชื่อดังเอาใจเหล่าฮิปสเตอร์และสายชิล ทั้งร้านสวย (SUAY) อาหารฟิวชั่น ไทย-ตะวันตก โดยเชฟกระทะเหล็ก การันดีด้วยรางวัลมิชลิน ไกด์, ร้านตู้กับข้าว อาหารใต้ชื่อดังของจังหวัดภูเก็ต, Spice House อาหารรัสเซีย จากเชฟชาวรัสเซีย ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี, จำปา ร้านอาหารออแกนิก คัดสรรเมนูการปรุงจากเชฟชื่อดังเครือเดียวกันกับ PRU ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ 1 ดาวแห่งเดียวในจังหวัดภูเก็ต,Wine Connection ที่มาในรูปแบบ Flagship ที่สวยงามและทันสมัยที่สุด พร้อมตบท้ายด้วย Lady Coco คาเฟ่สไตล์ฝรั่งเศส สำหรับคนรักช็อกโกแลต ต้องห้ามพลาด กับเมนู Intense Deep Black ช็อกโกแลตเย็นทำจากผงโกโก้ที่มีความเข้ม 72%จากประเทศเบลเยียม
.

  1. มัลติดีไซน์ เฮ้าส์ (Multi Design House)

แหล่งรวบรวมสินค้าเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ที่มีตั้งแต่ของแต่งบ้านจาก Indoor  ถึง Outdoor ไม่ว่าจะสไตล์มินิมอลหรือสายจัดเต็ม ก็มาหาสไตล์ความเป็นคุณได้ที่นี่ พบกับเฟอร์นิเจอร์ และของแต่งบ้านสุดวินเทจ จากแบรนด์       Soul of Asia และร่วมชมผลงานศิลปะเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร จากศิลปินท้องถิ่นชื่อดัง คุณสุนทร พาพาน แห่ง  Napas Art Gallery นอกจากนี้พลาดไม่ได้กับ Jim Thompson Pop Up Store แบรนด์ผ้าไหมระดับโลกกับสินค้า Men and Women Ready-To-Wear, กระเป๋า และผ้าคลุมไหล่ ที่นำมาใช้เป็นกระโปรงใส่เดินชายหาด แต่ละชิ้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว, B2S ภายใต้คอนเซ็ปต์ Thinkspace และ Traveler’s Top Picks  สินค้าแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยว และ  Supersports ฟอร์แมตพิเศษที่เน้นสินค้าสไตล์ Sport Fashion มากขึ้น รวมถึงมีการทดลองวิ่งกับ Run Lab ที่ท่านสามารถทดลองรองเท้าวิ่งที่เหมาะกับคุณได้ทันที ในภาพอาจจะมี 1 คน

       4. เฮลตี้ เฮเว่น (Healthy Heaven)

โซนพักผ่อนกาย สบายใจเพื่อสุขภาพที่ดีของคุณ มาผ่อนคลายกับการนวดและสปาจากธรรมชาติบำบัดเพื่อปลดปล่อยความเหนื่อยล้าที่สปาชั้นนำที่มีให้เลือกสรร เช่น Let’s Relax ที่มีสปาแกลเลอรี่แห่งแรกของโลกและในจังหวัดภูเก็ต,   ร้านแว๊กซ์ชื่อดัง The Strip ที่มีสาขากว่า 10 ประเทศทั่วโลก ทั้งใน New York, London, Singapore นอกจากนี้ทางโครงการยังมีโซนเสริมความงาน จากร้านชื่อดังของภูเก็ต อาทิ Devadiva, และ Villa Aura

.

        5. คิด เลิร์นนิ่ง สเปซ (Kid Learning Space)

แหล่งพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กๆต่างวัย ที่จะได้เจอเพื่อนใหม่เพื่อแชร์ความสนุกสนานไปด้วยกันกับเครื่องเล่นที่ถูกออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างทักษะของเด็กๆ พร้อมเลนจักรยาน บ่อทรายขนาดใหญ่ แทรมโพลีนและชิงช้า

.  

          6. เพท เฟรนด์ลี่โซน (Pet Friendly Zone)

พื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงให้ได้วิ่งเล่นและพบปะกับเพื่อนใหม่ บนสนามหญ้าขนาดย่อมที่ร่มสบาย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน จาก Phuket International Pet Care (PIPC) ทั้งคลินิกรักษาสัตว์, เพ็ทช็อป, กรูมมิ่ง และจุดรับ-ส่งน้องหมาน้องแมว เข้าโรงแรมที่สาขาใหญ่ เพื่อสุขภาพที่ดีและความสุขที่เพิ่มมากขึ้นของน้องหมาน้องแมว

.

       7. เดอะ เมอร์คาโด้ (The Mercado) – พร้อมเปิดให้บริการปี 2563

ฟู้ดเดสติเนชั่น ภายใต้หลังคาใหญ่ตระการตา พร้อมการตกแต่งภายใต้คอนเซ็ปต์ “Tin Mining Factory” ที่จำลองบรรยากาศเหมืองแร่โบราณผสมผสานกับสถาปัตยกรรมสไตล์ ซิโน-โปรตุกิส (Sino-Portuguese) พบกับอาหารระดับเวิลด์คลาสจากนานาชาติที่พร้อมเสิร์ฟให้คุณได้ลิ้มลองที่นี่ที่เดียว ไม่ว่าจะ ออยสเตอร์บาร์ สเต็กเนื้อชั้นดี หรือจะลองชิมขนมหวานจากประเทศต่างๆ นอกจากนั้น ส่วนที่จะเพิ่มเติมในเฟสต่อไป ยังมีอีกหลากหลายโซน อาทิ โรงภาพยนตร์ , ฟิตเนส, Indoor Playground, Edutainment รวมถึง Art Home and Decorative ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2563

Comments

comments