ภาคเอกชนเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ผนึกกำลังภาครัฐบาล และภาคประชาสังคม สร้างชุมชนเข้มแข็ง

  • ปักธง 5 จังหวัด ในระยะที่ 1 พร้อมกัน 4 ภาคคือ ภูเก็ต เพชรบุรี  อุดรธานี  เชียงใหม่  และบุรีรัมย์ 
  • เปิดตัว Area Based Social Enterpriseหรือ วิสาหกิจชุมชนตามพื้นที่ ที่จังหวัดภูเก็ตเป็นแห่งแรก ในชื่อบริษัทประชารัฐรักสามัคคีภูเก็ต จำกัด
  • ตอกย้ำ “สานพลังประชารัฐ” ช่วยผลักดันและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

 

วันนี้ (31 มี.ค.59)ณ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต –พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหัวหน้าทีมภาครัฐ คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐได้มาเป็นสักขีพยานในการจัดตั้งบริษัทประชารัฐรักสามัคคีภูเก็ต จำกัด ซึ่งเป็นวิสาหกิจชุมชนตามพื้นที่แห่งแรกและเป็นประธานในการเปิดตัวกิจกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการยกระดับรายได้ของประชาชนในพื้นที่ควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และได้จัดตั้งคณะกรรมการสานพลังประชารัฐขึ้น โดยมีคณะกรรมการบริหารและคณะทำงานร่วมรัฐ-เอกชน-ประชาชน (ประชารัฐ)12คณะโดยมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหัวหน้าทีมภาครัฐของคณะทำงานด้านการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ (E3) และคุณฐาปน สิริวัฒนภักดี บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นหัวหน้าทีมภาคเอกชน

 

นาย ฐาปน สิริวัฒนภักดีกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)หัวหน้าทีมภาคเอกชน  คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ เดินหน้าเต็มกำลังผนึกกำลังภาครัฐบาลกำหนดเป้าหมายสำคัญคือการสร้างรายได้ให้ชุมชน สร้างชุมชนเข้มแข็ง และมีความสุขอย่างยั่งยืน ดำเนินการในการส่งเสริมเศรษฐกิจในชุมชน ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ช่วยให้ชุมชนเข้าถึงปัจจัยการผลิตเช่นเงินทุน เมล็ดพันธุ์พัฒนาการบริหารจัดการ ช่วยส่งเสริมการสร้างมูลค่าจากองค์ความรู้ในชุมชน ช่วยหาช่องทางการตลาด และส่งเสริมให้มีการรับรู้ส่งข้อมูลข่าวสารสำคัญอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ชุมชนตั้งแต่ต้นทางไปยังปลายทางใน 3 เรื่อง ได้แก่ การเกษตร การแปรรูป /ผลิตภัณฑ์ชุมชน และการท่องเที่ยวชุมชน

นาย ฐาปนสิริวัฒนภักดี กล่าวว่าเพื่อให้การดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์ในทุกพื้นที่ คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ  ได้มีแนวคิดจัดตั้ง Area BasedSocial Enterprise  หรือวิสาหกิจชุมชนพื้นที่ซึ่งบริหารจัดการด้วยความโปร่งใสมีธรรมาภิบาล  สร้างประโยชน์กลับสู่ชุมชน ใน76 จังหวัด และ 18 กลุ่มจังหวัด โดยมีบริษัท Holding เป็นตัวกลาง มีเป้าหมายหลักเพื่อสังคมไม่ใช่เพื่อกำไรสูงสุด  เป็นรูปแบบธุรกิจที่รับรายได้หลักมาจากการขายสินค้าและบริการ  กำไรต้องนำไปขยายผลไม่ใช่เพื่อปันผลเพื่อประโยชน์ของคนใดคนหนึ่ง  บริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล และมีการจดทะเบียนเป็นรูปแบบบริษัท  โดยการดำเนินการในระยะที่1 จะเริ่มจาก 5 จังหวัดใน 4 ภาค  ได้แก่จังหวัดภูเก็ต  เพชรบุรี  อุดรธานี  เชียงใหม่  และบุรีรัมย์  ซึ่งในส่วนของจังหวัดภูเก็ตนี้จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันนี้เป็นแห่งแรกเพื่อเป็นจังหวัดต้นแบบเนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีความพร้อม มีผลผลิตทางการเกษตรที่โดดเด่นเฉพาะตัว มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว และมีรากฐานการผลิตใหญ่เชื่อมโยงกับกลุ่มจังหวัดใกล้เคียงเช่น การพัฒนาธุรกิจผักปลอดสารพิษพัฒนาธุรกิจนมแพะพัฒนาธุรกิจกุ้งมังกร (Lobster) และพัฒนาธุรกิจผ้าบาติก เป็นต้น

 

พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหัวหน้าทีมภาครัฐ คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ  กล่าวเปิดกิจกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต (SE ภูเก็ต) ว่าจุดมุ่งหมายในการดำเนินการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ คือ การเสริมสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนและชุมชน เพื่อให้ประชาชนมีความสุขซึ่งภายหลังได้มอบภารกิจจากรัฐบาลคณะทำงานฯ ก็ได้กำหนดการดำเนินงานโดยมีกรอบการขับเคลื่อนงานภายใต้แนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ยุทธศาสตร์พระราชทาน “ระเบิดจากข้างใน”ที่ยึดปัญหาความต้องการของประชาชนเป็นตัวตั้ง มีการดำเนินงานในลักษณะหุ้นส่วนภาครัฐ เอกชน และประชาชน (ประชารัฐ) เน้นการขับเคลื่อนผ่านกิจกรรมที่เป็น Action Agendaใน 3 ประเด็นหลัก คือ ลดความเหลื่อมล้ำเน้นในการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนโดยยึดความต้องการของชุมชนเป็นตัวตั้ง พัฒนาคุณภาพคน เน้นสร้างองค์ความรู้ในระดับชุมชน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เน้นสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน และมีช่องทาง (Platform) สำหรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจของชุมชน

 

พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐจังหวัดภูเก็ตจะเป็นกลไกที่สำคัญยิ่งในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของพี่น้องชาวภูเก็ตให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม สามารถระดมความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในพื้นที่มาร่วมกันพัฒนาและแก้ไขปัญหาของประชาชน และร่วมกันสร้างสรรค์พลังแห่งความดีเพื่อให้จังหวัดภูเก็ตมีความเจริญเติบโตทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนและสมดุล มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนที่เหมาะสม และมีขีดความสามารถในการแข่งขัน สามารถดำรงอยู่ได้ท่ามกลางบริบทและสถานการณ์สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบันและจะเป็นการจุดประกายให้จังหวัดอื่นๆ ได้เห็นว่า พลังประชารัฐ นั้นยิ่งใหญ่และมีความสำคัญมาก เป็นพลังแห่งความดีที่ทุกภาคส่วนต้องเข้ามาร่วมมือกันแก้ไขปัญหา ทุ่มเทสรรพกำลังและตอบสนองความต้องการของประชาชน รวมทั้งผลักดันและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็งอย่างแท้จริง อันจะส่งผลให้เศรษฐกิจในภาพรวมของทั้งประเทศเกิดความมั่นคงมั่งคั่งและยั่งยืนตลอดไป

 

DSC_4807เดินชมบูธชุมชนต่าง ๆ (2) (Large)เดินชมบูธชุมชนต่าง ๆ (3) (Large)

.

Comments

comments