“มูลนิธิชัยพัฒนา” และ “ไทยเบฟ” ผนึกกำลังทุกภาคส่วน นำทีม 6 คณะทำงาน โชว์ผลงาน 1 ปีที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการ OUR Khung BangKachao มุ่งสานพลังต่อเนื่องงานพัฒนาคุ้งบางกะเจ้า เพื่อชุมชนและเศรษฐกิจยั่งยืน

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับการดำเนินงานพัฒนาพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าสู่ความยั่งยืน ให้เกียรติเป็นประธานงานแถลงข่าว “1 ปี แห่งการขับเคลื่อนงาน และก้าวต่อไปของการสานพลังโครงการ OUR Khung BangKachao” โดยมี นางศิวพร ฉั่วสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ และ นายจิระศักดิ์ ชูความดี รองอธิบดีกรมป่าไม้ ร่วมงาน ณ สวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ภายในงานมีการจัดเสวนาโชว์ไฮไลท์การดำเนินงานที่ผ่านมา 1 ปี พร้อมเล่าถึงแผนการพัฒนาคุ้งบางกะเจ้าในปี 2563 โดยมี นางสาวดวงพร เที่ยงวัฒนธรรม ประธานคณะทำงานด้านการพัฒนาพื้นที่สีเขียว นางสุพัตรา จิราธิวัฒน์ ประธานคณะทำงานด้านการส่งเสริมอาชีพ นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ประธานคณะทำงานด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน นายกมลนัย ชัยเฉนียน ประธานคณะทำงานด้านการพัฒนาเยาวชน การศึกษา และวัฒนธรรม นายณัฐนันท์ ศิริรักษ์ ประธานคณะทำงานด้านการจัดการขยะ พร้อมด้วยนายสมาน เสถียรบุตร และ นางอาภรณ์ พานทอง ผู้แทนคุ้งบางกะเจ้า ร่วมเสวนางานดังกล่าว

 

ในภาพอาจจะมี 7 คน, ผู้คนอยู่บนเวที, ต้นไม้ และ สถานที่กลางแจ้ง

 

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กล่าวว่า “1 ปีที่ผ่านมาของโครงการ OUR Khung BangKachao มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยการทำงานแบบสานพลังร่วมกันระหว่างองค์กรชั้นนำ และผู้เชี่ยวชาญจาก 34 องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมขับเคลื่อนงานทั้ง 6 ด้าน โดยมีคณะทำงานด้านอำนวยการและสื่อสารที่เชื่อมประสานทุกคณะ เพื่อบูรณาการทำงานให้ บรรลุเป้าหมายร่วมในการยกระดับและพัฒนาพื้นที่ ”คุ้งบางกะเจ้า” ให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน สำหรับปี 2563 โครงการฯ ยังเดินหน้าตามแผนเพื่อมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตคนในชุมชนคุ้งบางกะเจ้า และสิ่งแวดล้อมให้เติบโตเพิ่มขึ้นภายใน 5 ปี (ปี 2562-2566) ทั้งคุณภาพความพร้อมของการเกษตรแบบยั่งยืน รายได้ ของชุมชนโดยรวม ตลอดจนเกิดจิตสำนึกรักบ้านเกิดของคนรุ่นใหม่”  

 

ในภาพอาจจะมี 7 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน, อาหาร และ สถานที่ในร่ม

 

ทางด้าน คุณกมลนัย ชัยเฉนียน ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ฐานะหัวหน้าคณะทำงานด้านการพัฒนาเยาวชน การศึกษา และวัฒนธรรม เผยข้อมูลว่า “ใน 2562 ที่ผ่านมา ทางคณะทำงานด้านการพัฒนาเยาวชน การศึกษา และวัฒนธรรม มุ่งเน้นเป้าหมายหลักในส่วนของการสร้างพัฒนาเยาวชนและการศึกษาซึ่งจะเป็นแบบมิติของสังคมและวัฒนธรรม คือ การอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่กับคุ้ง ผ่านการส่งเสริมการถ่ายทอดวัฒนธรรมจากปราชญ์ชาวบ้านในชุมชนไปยังนักเรียน ส่งต่อวิถีชีวิตภูมิปัญญาในพื้นที่ โดยใช้เครือข่าย บ้าน วัด โรงเรียน และผลักดัน ส่งเสริม ให้นักเรียนและเยาวชนภายในคุ้งได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเพื่ออนุรักษณ์วัฒนธรรมสิ่งดีงามให้คงอยู่กับคนรุ่นใหม่ โดยจะผสานความร่วมมือกับ 5 คณะทำงานในมิติอื่นๆ โดยมีความตั้งใจที่จะให้เยาวชนได้เข้าไปมีส่วนร่วมในทุกๆ กิจกรรม และสำหรับในปี 2563 นี้ ยังคงมุ่งมั่นปณิธานเดิมในการสานต่อวัตถุประสงค์ในเรื่องการอนุรักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่ ผ่านการส่งเสริม การถ่ายทอดวัฒนธรรมจากปราชญ์ชาวบ้านในชุมชนไปยังนักเรียนและเยาชน

 

ในภาพอาจจะมี 17 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน และ สถานที่ในร่ม

 

และยังคงมี บ้าน วัด โรงเรียน เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ รวมทั้งยังคงผสานความร่วมมือกับ 5 คณะทำงานเพื่อให้เยาวชนเข้าไปมีส่วนร่วมในทุกๆ กิจกรรม สำหรับกิจกรรมที่ได้เริ่มดำเนินการแล้ว ได้แก่ โครงการ Chang Mobile Football Clinic (ช้าง ฟุตบอล คลินิก)  โครงการทบทวนเนื้อหาเพื่อเตรียมสอบ O-NET นอกจากนี้ยังมี โครงการการซ้อมแผนฉุกเฉินฝึกอบรมการอพยพหนีไฟสำหรับเยาวชน โครงการส่งเสริม Recycle ของเหลือทิ้งให้เกิดประโยชน์ เป็นต้น จะเห็นได้ว่าในปีนี้เรายังคงมุ่งมั่น และสานต่อ พร้อมปลูกฝังในทุกๆ ด้าน และพร้อมที่เน้นเรื่องการทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ และสร้างงานให้เกิด

 

ในภาพอาจจะมี 9 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน และ อาหาร

 

ประโยชน์แก่สังคมโดยรวมเพื่อเพิ่มทักษะแก่เยาวชนนำไปสู่ชุมชนได้นำไปปรับใช้และพัฒนาคุณภาพชีวิต รวมไปถึงส่งเสริมให้เยาวชนคนรุ่นใหม่เกิดความรัก ความภาคภูมิใจ และหวงแหน ในวัฒนธรรมประเพณี และวิถีชุมชนของชาวคุ้งบางกระเจ้าให้คงอยู่สืบไป”

 

ในภาพอาจจะมี 5 คน, ผู้คนกำลังนั่ง, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ

 

การดำเนินงานในปี 2562 มีการพัฒนาอีก 5 ด้าน ดังนี้ 

  1. คณะทำงานด้านการพัฒนาพื้นที่สีเขียว นำโดย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมมือกับคณะทำงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงองค์กรที่ร่วม โดยในปี 2562 การดำเนินงานสามารถสร้างประโยชน์ต่อชุมชนเป็นคิดเป็นมูลค่ากว่า 2.2 ล้านบาท สำหรับแผนงานปี 2563 คณะทำงานมุ่งเพิ่มพื้นที่สีเขียวบนแปลงราชพัสดุ 300 ไร่ และพื้นที่เกษตรส่วนบุคคล 300 ไร่ รวมเป็นพื้นที่ทั้งสิ้น 600 ไร่ และยังคงติดตามบำรุงรักษาพื้นที่ 400 ไร่ที่ดำเนินการไปแล้วต่อเนื่อง เพื่อมุ่งรักษาและพัฒนาพื้นที่สีเขียวในพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าจนครบ 6,000 ไร่ 
  2. คณะทำงานด้านส่งเสริมอาชีพ นำโดย บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด มุ่งส่งเสริมการกระจายรายได้ให้กับชุมชน ต่อยอดการท่องเที่ยว และพัฒนาคุณภาพสินค้าพื้นถิ่นภายใต้แบรนด์คุ้งบางกะเจ้า ควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่    สีเขียวอย่างยั่งยืน โดยดำเนินการพัฒนาโครงการตลาดเกษตรสีเขียวคุ้งบางกะเจ้า รวมทั้งคัดเลือกพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน ก่อให้เกิดการกระจายรายได้ในพื้นที่และให้ชุมชนรวมมากกว่า 1.5 ล้านบาท 
  3. คณะทำงานด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน นำโดย องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ดำเนินการส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวคุณภาพ พัฒนากิจกรรมและเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างตำบล จำนวน 2 เส้นทาง รวมถึงพัฒนาการท่องเที่ยวบนฐานอัตลักษณ์ของแต่ละตำบล เปิดตัวคณะทำงานด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และเปิดตัว 6 เส้นทางการท่องเที่ยวโดยชุมชน 
  4. คณะทำงานการจัดการขยะ นำโดย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) พัฒนาจุดรวบรวมขยะ ณ วัดจากแดง ซึ่งสามารถรวบรวมจัดเก็บขยะ Recycle ได้มากกว่า 54 ตัน พัฒนาผลิตภัณฑ์จากขยะรีไซเคิล สร้างรายได้เข้าชุมชน คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 2,028,700 บาท ตลอดจนมีการจัดแผนอบรมความรู้การจัดการขยะครบวงจร สำหรับแผนงานสำคัญปี 2563 จะพัฒนาจุดรวบรวมและจัดการขยะอินทรีย์และขยะ Recycle (Zero Waste Hub) จัดตั้ง Zero Waste Hub และต่อยอดโมเดลการจัดการขยะอินทรีย์ (Ogafeed) จากโครงการ Waste Runner พัฒนาศูนย์การเรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้การจัดการขยะ 
  5. คณะทำงานด้านการจัดการน้ำและการกัดเซาะริมตลิ่ง นำโดย มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ดำเนินการติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและคุณภาพน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการน้ำและพื้นที่เก็บกักน้ำในพื้นที่สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ พัฒนาพื้นที่สวนเกษตรผสมผสานแบบร่องสวนร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ตามแนวพระราชดำริการเกษตรอย่างยั่งยืน 

ในภาพอาจจะมี 2 คน, คนที่ยิ้ม

 

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการขับเคลื่อนพัฒนาภายใต้โครงการ OUR Khung BangKachao ที่สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม เพื่อสนองแนวพระราชดำริฯ อันจะส่งผลให้ชุมชนในพื้นที่เติบโตแข็งแรง เป็นต้นแบบการพัฒนาชุมชนให้อยู่ร่วมกับพื้นที่สีเขียวได้อย่างยั่งยืน และรักษาให้ “คุ้งบางกะเจ้า” เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สำคัญของประเทศต่อไป

Comments

comments