2-4 ก.ย. 16 – มหกรรมผลไม้และของดีนราธิวาส

จังหวัดนราธิวาสมีเนื้อที่ปลูกไม้ผลเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ เงาะ มังคุด ทุเรียน และลองกอง รวม 139,738 ไร่ เนื้อที่ให้ผลผลิตแล้ว จำนวน 134,720 ไร่ ประกอบด้วย เงาะ จำนวน 26,835ไร่ เนื้อที่ให้ผลจำนวน 26,032 ไร่มังคุด จำนวน 21,799ไร่ เนื้อที่ให้ผลจำนวน 20,626 ไร่ ทุเรียน จำนวน 30,249ไร่ เนื้อที่ให้ผลจำนวน 28,462ไร่ลองกอง จำนวน 60,855ไร่ เนื้อที่ให้ผลจำนวน 59,600ไร่

ในปีที่ผ่านมาจังหวัดดำเนินงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพผลไม้เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพผลไม้ให้ได้มาตรฐาน GAP การเตรียมความพร้อมสินค้าเกษตรเข้าสู่ตลาดอาเซียน(AEC) ซึ่งขณะนี้ได้ส่งเสริมให้เกษตรปรับปรุงคุณภาพผลไม้ จำนวน ๓,๘๕๐ ราย ซึ่งเป็นเกษตรกรที่ผ่านการรับรองแปลงจากกรมวิชาการเกษตรตามมาตรฐาน GAP จำนวน ๑,๗๕๙ ราย และเป็นเกษตรกรที่เข้ารับการอบรมถ่ายทอดความรู้เรื่องการปรับปรุงคุณภาพไม้ผล ปี ๒๕๕๘ จำนวน ๒,๐๙๑ ราย

สำหรับผลผลิตไม้ผลทั้ง 4 ชนิด (เงาะ มังคุด ทุเรียน ลองกอง) ออกสู่ตลาดช่วงเดือนกรกฎาคม – ตุลาคม ๒๕๕๙ จากการประมาณการณ์ผลผลิตไม้ผล ปี 2558ดังนี้ (ข้อมูล ณ วันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๙)

– เงาะ  ผลผลิตประมาณ8,390.๐0 ตัน ออกสู่ตลาดแล้ว จำนวน ๔๓๗ ตัน ร้อยละ ๕

– มังคุด  ผลผลิตประมาณ5,952.๐๐ตัน ออกสู่ตลาดแล้ว จำนวน ๓๙๘ ตัน ร้อยละ ๖

– ทุเรียน ผลผลิตประมาณ  6,940.๐๐ตันออกสู่ตลาดแล้ว จำนวน ๑,๖๔๓ ตัน ร้อยละ ๒๓

– ลองกอง ผลผลิตประมาณ7,432.๐๐ ตัน ออกสู่ตลาดแล้ว จำนวน ๓๒ ตัน ร้อยละ ๐.๕

ผลผลิตไม้ผลที่จะเริ่มเก็บเกี่ยวก่อนได้แก่ทุเรียนซึ่งจะเริมให้ผลตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป และให้ผลผลิตสูงสุดในช่วงต้นเดือนถึงกลางเดือนกันยายน ประมาณร้อยละ 26 หรือ 1,784 ตัน ผลผลิตเงาะและมังคุดจะเริ่มเก็บเกี่ยวได้ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมและให้ผลผลิตสูงสุดในช่วงกลางเดือนกันยายน ซึ่งมีผลผลิตเงาะ ประมาณร้อยละ 33 หรือ 2,72 ตัน และผลผลิตมังคุดประมาณ ร้อยละ 27 หรือ 1,623 ตันผลผลิตลองกองจะเป็นผลไม้ที่สามารถเก็บเกี่ยวได้ช้ากว่าพืชชนิดอื่นๆ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน และจะมีผลผลิตสูงสุดในช่วงต้นเดือนตุลาคม ประมาณร้อยละ 28 หรือ 2,055 ตัน
การจัดงาน “มหกรรมผลไม้และของดีนราธิวาส” เพื่อประชาสัมพันธ์ฤดูกาลผลิตไม้ผลจังหวัดนราธิวาส ปี ๒๕๕๙ ซึ่งมีไม้ผลเศรษฐกิจที่สำคัญได้แก่ ลองกอง เงาะ มังคุด และทุเรียน โดยเฉพาะลองกองซึ่งถือเป็นไม้ผลเศรษฐกิจประจำถิ่นที่สำคัญ ซึ่งมีแหล่งกำเนิดอยู่ที่จังหวัดนราธิวาส พบครั้งแรก ณ บ้านซีโป ตำบลเฉลิม อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ดินแดนปลายด้ามขวานของประเทศไทย ลองกองมีคุณลักษณะเด่นเฉพาะ คือ เมื่อผลสุกผิวจะเป็นสีเหลืองทอง ไม่มียาง เนื้อใสเป็นแก้ว เนื้อแห้ง เมล็ดลีบเล็ก จนถึงไม่มีเมล็ด รสชาติหวานและมีกลิ่นหอมชวนรับประทาน เนื้อที่ปลูกลองกองของจังหวัดนราธิวาส จำนวน ๖๐,๘๕๕ ไร่ ในปี ๒๕๕๙ ผลผลิตลองกองจะมีประมาณ ๗,๔๓๒ ตัน และจะเริ่มให้ผลผลิตตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน ผลผลิตจะมีปริมาณมากในช่วงปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม
นอกจากผลผลิตไม้ผลเศรษฐกิจประจำจังหวัดแล้ว การจัดงานครั้งนี้จะมีผลิตภัณฑ์ของกลุ่มแม่บ้านและวิสาหกิจชุมชนของจังหวัดนราธิวาส มาจำหน่ายด้วย ได้แก่ ข้าวเกรียบ (กือโปะ) ข้าวซ้อมมือ ข้าวหอมกระดังงา เป็นต้น การจัดงานจะมีผลผลิตมาจำหน่ายตลอดงาน ตั้งแต่วันนี้ จนถึง วันที่ ๔ กันยายน ๒๕๕๙ การจัดงาน “มหกรรมผลไม้และของดีนราธิวาส” ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้

  1. เพื่อการประชาสัมพันธ์ฤดูกาลผลไม้ของจังหวัดนราธิวาส ปี ๒๕๕๙ สู่พื้นที่อันดามันและจังหวัดใกล้เคียง
  2. เพื่อให้ลองกองจังหวัดนราธิวาสเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น รวมทั้งไม้ผลเศรษฐกิจอื่น ๆ ของจังหวัดนราธิวาส เช่น เงาะอำเภอสุคิริน ทุเรียนหมอนทองอำเภอศรีสาคร ทุเรียนชะนีอำเภอรือเสาะ  มังคุดแปลงใหญ่จังหวัดนราธิวาส เป็นต้น
  3. เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มแม่บ้านและวิสาหกิจชุมชนของจังหวัดนราธิวาสเป็นที่รู้จัก สามารถขยายช่องทางการตลาดในพื้นที่ต่างจังหวัดได้
  4. เพื่อเปิดเวทีเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไม้ผล กับผู้ผลิตไม้ผลของจังหวัดนราธิวาสโดยตรง ซึ่งจะส่งผลดีต่อผู้ผลิต ผู้ประกอบการและผู้บริโภคในระยะยาว
  5. ส่งเสริมการผลิตไม้ผลคุณภาพของเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างรายได้และความมั่นคงทางอาชีพอย่างยั่งยืน

จังหวัดนราธิวาสได้มีแนวทางส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพไม้ผลในพื้นที่ ดังนี้

  1. ใช้ศูนย์คัดแยกผลไม้ชุมชนเพื่อพัฒนาคุณภาพ ทั้ง ๒๕ ศูนย์ และตลาดกลางสินค้าเกษตรอำเภอสุคิริน รวม ๒๖ ศูนย์ เป็นแหล่งรวบรวมผลผลิตในพื้นที่เพื่อส่งไปจำหน่ายต่อที่ตลาดกลางสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออกภาคใต้ชายแดน อำเภอยี่งอ
  2. ใช้ตลาดกลางสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออกภาคใต้ชายแดน อำเภอยี่งอ เป็นจุดรับซื้อผลผลิตในพื้นที่ทั้งหมด และให้พ่อค้ามาเปิดจุดรับซื้อ (ล้ง) ณ ตลาดกลางสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออกภาคใต้ชายแดน อำเภอยี่งอ
  3. ปี ๒๕๕๘ จังหวัดจัดหาตะกร้าผลไม้สนับสนุนศูนย์คัดแยกฯ จำนวน จำนวน 5,000 ใบ รวมกับตะกร้าผลไม้ที่ศูนย์มีอยู่เดิม จำนวน 6,930 ใบ รวมทั้งหมด จำนวน 11,930 ใบ
  4. ปี ๒๕๕๙ จังหวัดนราธิวาสสนับสนุนกล่องลองกองขนาดบรรจุ ๓ กิโลกรัม จำนวน ๑๐,๐๐๐ ใบ กล่องลองกองขนาดบรรจุ ๑๐ กิโลกรัม จำนวน ๑๐,๐๐๐ ใบตะกร้าผลไม้ มีฝาปิด ขนาด ๑๒ ก.ก.จำนวน ๓,๒๕๐ ใบ
  5. ด้านงบประมาณ ศูนย์คัดแยกฯ13 อำเภอ จำนวน 25 ศูนย์ มีเงินทุนหมุนเวียนของศูนย์อำเภอทั้งหมด จำนวน 25,449,629.59 บาท และเงินทุนของศูนย์ตำบลฯ 1,406,230.39 บาท
  6. ปี ๒๕๕๘ ถ่ายทอดเทคโนโลยีตามกระบวนการโรงเรียนเกษตรกรแก่เกษตรกรเจ้าของสวนลองกอง จำนวน536 ราย เป็นการยกระดับผลผลิตลองกองคุณภาพ งบพัฒนาจังหวัด 600,000 บาท และจัดอบรมถ่ายทอดความรู้ให้คณะกรรมการศูนย์คัดแยกฯจำนวน 1 ครั้ง จำนวน 125 ราย
  7. ปี ๒๕๕๙ จังหวัดนราธิวาสสนับสนุนงบประมาณในการอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้ปลูกลองกอง จำนวน ๑,๗๖๐ แปลง และจัดทำแปลงเรียนรู้เพื่อการพัฒนาคุณภาพลองกอง จำนวน ๑๗๖ แปลง
  8. ปี ๒๕๕๙ กรมส่งเสริมการเกษตร ดำเนินการถ่ายทอดความรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและพัฒนาคุณภาพผลผลิตพืชเศรษฐกิจลองกองงบประมาณส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรในจังหวัดชายแดนภาคใต้เกษตรกรจำนวน ๗๐๐ ราย และเกษตรกรไม้ผลทั่วไป ได้แก่ เงาะ ทุเรียน มังคุด จำนวน ๗๕๐ ราย
  9. ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อถ่ายทอดความรู้ให้แก่บัณฑิตอาสาในพื้นที่ และอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน รวมทั้งสิ้น จำนวน ๑,๑๕๕ คน เพื่อลงพื้นที่รับสมัครเกษตรกรเข้าร่วมโครงการบูรณาการพัฒนาคุณภาพผลผลิตลองกอง ซึ่งมีเกษตรกรแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการพัฒนาคุณภาพผลผลิตลองกองทั้งสิ้น ๓,๒๔๙ ราย เนื้อที่ปลูก ๖,๒๑๗ ไร่ จำนวน ๙๘,๙๑๐ ต้น ผลผลิตที่คาดว่าจะได้รับ ๑,๙๙๘,๗๙๔ กิโลกรัมโดยจังหวัดนราธิวาสได้ตั้งเป้าคุณภาพผลผลิตลองกองเกรด A และ B ร้อยละ ๕๐

ด้านการขนส่งได้ขอความอนุเคราะห์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

การขนส่งทางการรถไฟ ได้ทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ถึงประธานกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งให้แก่ผู้นำผลผลิตลองกองขนส่งโดยทางรถไฟ จากเดิมบรรจุกล่องหรือตะกร้าละ ๑๐ กิโลกรัม คิดค่าใช้จ่ายเป็นเงิน ๑๐๐ บาท คงเหลือเพียงกล่องหรือตะกร้าละ ๒๐ บาท

การขนส่งทางรถยนต์ ได้ทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ถึงประธานกรรมการ บริษัทขนส่ง จำกัด เพื่อขอลดค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้นำผลผลิตลองกองขนส่งโดยทางรถยนต์ ร้อยละ ๕๐ จากอัตราปกติ

การขนส่งทางสายการบิน  ได้ทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ถึงประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไทยแอร์เอเชีย จำกัด เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถนำสัมภาระ (ลองกอง) โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายจากเดิมคนละ ๗ กิโลกรัม เป็นคนละ ๒๗ กิโลกรัม  และบริษัทไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถนำสัมภาระ (ลองกอง) โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายจากเดิมคนละ ๒๐ กิโลกรัม เป็นคนละ ๔๐ กิโลกรัมซึ่งบริษัทไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัดได้ตอบรับและยินดีให้การสนับสนุน

Narathiwat Fruit Festival (1)Narathiwat Fruit Festival (3)

Comments

comments